วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556

ความประทับใจในการเข้าค่ายพักแรม

@ค่ายพระเจ้าตาก ตชด.34
   
          สิ่งที่ฉันประทับใจในการเข้าค่ายพักแรมคือ ในคืนวันที่ 2 ของการไปเข้าค่ายพักแรม จะมีการแสดงรอบกองไฟ ในการแสดงนั้น ลูกเสือ - เนตรนารี แต่ละกองจะต้องออกมาแสดงรอบกองไฟ มันสนุกมาก โดยเฉพาะตอนที่คุณครูร้องเพลงเชิญลูกเสือ - เนตรนารีแต่ละกองออกมาแสดง และตอนที่ทุกๆกองแสดงเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมีการเปิดเพลงให้ได้เต้นกัน ฉันเต้นจนเหนื่อยแต่มันก็สนุกจริงๆ เป็นช่วงเวลาในการพักที่สนุกที่สุด และน่าประทับใจที่สุดที่ฉันเคยเจอมา ^^

วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2555

โครงงานบูรณาการเรื่องเมี่ยงคำเมืองตาก


บทที่ 1
บทนำ

ที่มาและความสำคัญ
           เมี่ยงคำสามารถรับประทานกับเต้าเจี้ยว ข้าวเกรียบ ข้าวพอง ตะไคร้ มะพร้าว พริก เราจึงนำส่วนประกอบต่างๆ มาประยุกต์ใช้เข้ากับบทเรียนเพื่อให้ผู้ที่ศึกษาได้ความรู้เกี่ยวกับเมี่ยงเต้าเจี้ยว รู้โภชนาการ คุณประโยชน์ของเมี่ยงเต้าเจี้ยวอีกทั้งยังศึกษาเพื่อต่อยอดความคิดจาก โครงงานข้าวแคบทิพย์จ๊าดลำ  และเพื่ออนุรักษ์เมี่ยงเต้าเจี้ยวให้อยู่กับชาวจังหวัดตากต่อไป
วัตถุประสงค์
-                   เพื่อให้คนหันมาสนใจเมี่ยงเต้าเจี้ยว
-                   เพื่อให้คนได้รับประทานผักและสมุนไพรพื้นบ้าน
-                   เพื่อให้คนศึกษาเกี่ยวกับเมี่ยงเต้าเจี้ยว
-                   เพื่อนำเมี่ยงเต้าเจี้ยวส่งขายที่ต่างประเทศ
-                   เพื่อเป็นของฝากในเทศกาลต่างๆ
ขอบเขตของการศึกษา
       วัสดุ
-                   ข้าวเกรียบ                                   - ขิง
-                   เต้าเจี้ยว                                       - ถั่ว / กุ้งแห้ง
-                   ตะไคร้                                        - ข้าวทอด
-                   มะพร้าว                                       -  พริก
-                   มะนาว                                         -  มะเขือพวง
อุปกรณ์
-                   มีด
-                   เขียง
-                   จาน
-                   ชาม
-                   ช้อน
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
           1.ทำให้เมี่ยงเต้าเจี้ยวเป็นของฝาก
           2.ได้คุณประโยชน์จากเมี่ยงเต้าเจี้ยวไม่มากก็น้อย
ระยะเวลาในการศึกษา
           1 ภาคเรียน
สถานที่ในการศึกษาหาความรุ้
           1.ห้องสมุด
           2.โรงเรียน
           3.บ้าน


บทที่  3
วิธีดำเนินงาน
วิธีการดำเนินการศึกษา
3.1 วัสดุอุปกรณ์
         1.กระดาษ
          2.น้ำหมึก
อุปกรณ์(สิ่งที่ใช้แล้วถาวร)
         1.คอมพิวเตอร์
         2.เครื่องปริ๊น

เอกสารอ้างอิง / แหล่งข้อมูล
-                  ห้องสมุด
-                   ผู้รู้
-                   คุณครู
-                   อินเทอร์เน็ต
-                   คุณพ่อ คุณแม่



3.2วิธีการดำเนินการ
แผนการปฏิบัติงาน
ลำดับที่
รายการ
วัน/เดือน/ปี
หมายเหตุ
1
สืบค้นข้อมูล


-
2
รวบรวมข้อมูล


-
3
วิเคราะห์ข้อมูล


-
4
เข้ารูปเล่ม


-
5
นำเสนอ


-


3.3 แหล่งเรียนรู้
1.แหล่งเรียนรู้นอกโรงเรียน
2..แหล่งเรียนรู้ภายในห้องเรียน

บทที่5
สรุปและอภิปรายผลศึกษาค้นคว้าและขอเสนอแนะ
5.1สรุปผลการศึกษาค้นคว้า
         เมี่ยงเต้าเจี้ยว เนื่องจากว่าจังหวัดตากหรือเมืองตากนั้นมีเมี่ยงหลายชนิด ซึ่งส่วนใหญ่จะทานกับใบเมี่ยง (ใบชาหมัก)  จะมีไส้เมี่ยงหลายลักษณะ เช่น ใช้เนื้อมะพร้าวหั่นเป็นฝอย ๆ   ถั่วลิสง   และกระเทียม    นำไปทอดให้เหลืองกรอบ โดยทอดทีละอย่าง  นำมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน  เมื่อเย็นดีแล้วนำมาคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน  อีกชนิดหนึ่งใช้มะพร้าวขูดเป็นเส้นแบบทำมะพร้าวแก้ว  ถั่วลิสง กระเทียม น้ำปลา น้ำตาลปีบ ทอดในน้ำมัน โดยทอดมะพร้าวก่อนพอเริ่มเหลืองก็ใส่ถั่วลิสง และส่วนผสมอื่นๆทีละอย่าง ต้องมีความชำนาญจึงทราบว่าควรใส่ส่วนผสมใด ตอนไหน ส่วนผสมทุกอย่างถึงจะสุกพร้อมกันพอดี  จากนั้นเคี่ยวต่อจนทุกอย่างเหลืองกรอบเกาะตัวกันเป็นก้อน นำขึ้นจากน้ำมันพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน  เมื่อเย็นแล้วจะได้ไส้เมี่ยงที่เกาะตัวกันเป็นก้อนมีความหวาน  มัน ถ้าเป็นเมี่ยงแคบหมู ก็ประกอบด้วย ถั่วลิสงทอด กระเทียมเจียว แคบหมูหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ  เกลือป่น และน้ำตาลทราย  ตัวอย่างเมี่ยงข้างต้นนี้หาซื้อเป็นของฝากได้เวลาไปเที่ยวเมืองตาก เหตุที่คนตากนิยมทานเมี่ยงซึ่งส่วนใหญ่มีมะพร้าวเป็นตัวหลัก ดังนั้นจึงมีกะลามะพร้าวมาก และเค้าก็เอามาทำกระทงสำหรับลอยในวันลอยกระทง
1 อาชีพเกษตรกรรม (ปลูกใบชะพลู)
ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Piper sarmentosum  Roxb.
ชื่อสามัญ :   Wildbetal Leafbush
วงศ์ :   PIPERACEAE
ชื่ออื่น/ชื่อถิ่น     ช้าพลู (ภาคกลาง) ชะพลูเถา เฌอภลู (สุรินทร์) ผักปูนา ผักปูลิง ผักปูริง ปูลิงนก ผักพลูนก ผักอีไร ผักอีเลิศ (ภาคอีสาน) พลูลิง (ภาคเหนือ) เย่เท้ย (แม่ฮ่องสอน) พลูนก ผักปูนก (พายัพ) พลูลิงนก (เชียงใหม่) นมวา (ใต้) 
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ 
ชะพลูเป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก มักขึ้นทั่วไปตามที่เปียกชื้น ปลูกขึ้นง่าย เจริญเติบโตได้ดี มีลักษณะเป็นเถาเลื้อยอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ลำต้นแบ่งเป็นข้อโดยตามข้อจะมีรากช่วยในการยึดเกาะ มีกลิ่นเฉพาะตัว ใบมีสีเขียวสดเป็นมัน คล้ายกันกับใบ พลูที่ใช้เคี้ยวกินกับหมาก ฐานใบกว้าง ปลายใบแหลมคล้ายรูปหัวใจหรือใบโพธ์เล็กน้อย เห็นเส้นใบชัดเจน ใบมีกลิ่นฉุน มีรสเผ็ดเล็กน้อย ดอกสีขาวมีขนาดเล็กจะออกเป็นช่อ
สารที่พบ 
ชะพูลมีน้ำมันหอมระเหยที่ทำให้เกิดกลิ่นเผ็ดฉุน และมีคุณค่าทางสารอาหารที่สำคัญ คือ มีแคลเซียม และสารเบต้า-แคโรทีนจากการศึกษาของ มหาวิทยาลัยมหิดลโดยศึกษาฤทธิ์การลดน้ำตาลในเลือดของสารสกัดจากใบชะพลู โดยการ ใช้น้ำสกัดเอาสารสำคัญของชะพลูทั้งต้นโดยใช้หนูทดลอง โดยการแบ่งหนูออกเป็น 2 กลุ่ม โดยหนูกลุ่มที่1จะเหนี่ยวนำทำให้เป็นเบาหวาน และหนูกลุ่มที่ 2 จะเป็นหนูปกติ แล้วฉีดสารสกัดของชะพลูเข้าไปในหนูทั้งสองกลุ่ม จากนั้นวัดระดับน้ำตาลในเลือด เมื่อฉีดเข้าไปครั้งแรก
พบว่าสารสกัดชะพลูในขนาด 0.125 และ 0.25 กรัมต่อน้ำหนักของหนู 1 กิโลกรัม ไม่ช่วยลดระดับน้ำตาลของหนูกลุ่ม ที่เป็นเบาหวานแต่เมื่อให้สารสกัดต่อไปอีก 7 วันพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดของหนูกลุ่มที่เป็นเบาหวานลดลงซึ่งผู้ทดลองก็ได้ นำยาแผนปัจจุบัน คือ ไกลเบนคลาไมด์ (Glibenclamide) มาทดสอบกับหนูทั้งสองกลุ่มเช่นกันพบว่าได้ผลเช่นเดียวกับสารสกัดชะพลู

5.2อภิปรายผล    
จากการศึกษาค้นคว้าเรื่องเมี่ยงเต้าเจี้ยวได้ข้อสรุปว่าเมี่ยงเต้าเจี้ยว เป็นอาหารพื้นบ้านที่มีประวัติมายาวนานและยังนิยมรับประทานเล่นอย่างแพร่หลายอีกด้วย
5.3ข้อเสนอแนะ
                      1.อยากให้คนหันมารับประทานเมี่ยงเต้าเจี้ยว
                      2.อยากให้เมี่ยงเต้าเจี้ยวเป็นที่นิยมมากขึ้น
                      3.แปรรูปสมุนไพรนำมาส่งขายในท้องถิ่นและในท้องตลาด

วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ไม้ 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง


ไม้ 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง 

การปลูกป่า 3 อย่าง ได้ประโยชน์ 4 อย่าง พระองค์มีพระราชดำรัส ดังนี้
“การ ปลูกป่าถ้าจะให้ราษฎรมีประโยชน์ให้เขาได้ให้ใช้วิธีปลูกไม้ 3 อย่าง แต่มีประโยชน์ 4 อย่าง คือ ไม้ใช้สอย ไม้กินได้
ไม้เศรษฐกิจ โดยปลูกรองรับการชลประทาน ปลูกรับซับน้ำ และปลูกอุดช่วงไหล่ตามร่องห้วยโดยรับน้ำฝนอย่างเดียว
ประโยชน์อย่างที่ 4 คือสามารถช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ”
แปลความสรุปอย่างเข้าใจง่าย ปลูกไม้ให้พออยู่ พอกิน พอใช้ และระบบนิเวศน์
พออยู่ หมายถึง ไม้เศรษฐกิจปลูกไว้ทำที่อยู่อาศัย และจำหน่าย
พอกิน หมายถึง ปลูกพืชเกษตรเพื่อการกินและสมุนไพร
พอใช้ หมายถึง ปลูกไม้ไว้ใช้สอยโดยตรงและพลังงาน เช่น ไม้ฟืน, และไม้ไผ่ เป็นต้น
ประโยชน์ต่อระบบนิเวศน์ สร้างความสมบูรณ์และก่อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่า
โครงการปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
หลักการและเหตุผล
วัตถุประสงค์
1. ให้ประชาชนปลูกต้นไม้ตามแนวคิด ป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง
2. จัดรูปแบบการปลูกให้เกิดคุณค่าและบูรณาการในพื้นที่ทำกินเดิมให้มีสภาพใกล้เคียงกับป่า
3. สร้างมูลค่าต้นไม้ที่ปลูกทำให้เป็นทรัพย์ เพื่อออมทรัพย์และใช้แก้ปัญหาความยากจน
วิธีการดำเนินการ
1. การจัดแบ่งที่ดินทำกินเพื่อใช้ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง จากพื้นที่ทำกินอยู่เดิม ที่เป็นพื้นที่สวน ไร่หรือนา     แบ่งพื้นที่ออกมา ร้อยละ 30-50 โดยมีรูปแบบการจัดแบ่ง 3 รูปแบบ ดังนี้
      1. พื้นที่จัดแบ่งปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง
1.1 จัดแบ่งโดยใช้พื้นที่รอบแนวเขตพื้นที่ทำกิน ปลูกในพื้นที่ร้อยละ 30-50 ตามแนวเขตแดนพื้นที่ ทำกิน 
      2. พื้นที่จัดแบ่งปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง
1.2 จัดแบ่งออกมาชัดเจนเป็นส่วน ปลูกในพื้นที่ร้อยละ 30-50 โดยจัดส่วนอยู่ด้านหนึ่งของพื้นที่
1.3 จัดแบ่งเป็นริ้วหรือแถบตามความเหมาะสม
      3. พื้นที่จัดแบ่งปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง
2. การจัดองค์ประกอบ พันธุ์ไม้ตามวัตถุประสงค์ โดยการปลูกพันธุ์ไม้ในพื้นที่ตามความเหมาะสม แต่ให้ได้องค์ประกอบซึ่งให้เกิดความพออยู่ พอกิน พอใช้ ดังนี้
2.1 ปลูก เพื่อให้เกิดความเพียงพอในด้านพออยู่ เช่น การปลูกต้นไม้สำหรับใช้เนื้อไม้มาปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนที่อยู่อาศัย เช่น ไม้ตะเคียนทอง, สัก, ยางนา, มะฮอกกานี, กระทินเทพา, จำปาทอง ฯลฯ
2.2 ปลูกเพื่อให้เกิดความเพียงพอในด้านการพอกิน เช่นการปลูกต้นไม้สำหรับใช้กิน เป็นอาหาร เป็นยาสมุนไพร เป็นเครื่องดื่ม ตลอดจนพืชที่ปลูกเพื่อการค้าขายผลผลิตเพื่อดำรงชีพ เช่น ไม้ผลต่าง ๆ ได้แก่ เงาะ, ทุเรียน, มังคุด, ลองกอง, มะม่วง ฯลฯ ไม้ที่ให้ผลผลิตเพื่อขาย เช่น ปาล์ม, มะพร้าว, ยางพารา ฯลฯ
2.3 ปลูกเพื่อให้เกิดความเพียงพอในด้านการพอใช้ เช่น ปลูกต้นไม้สำหรับใช้สอย ในครัวเรือน ใช้พลังงาน ใช้เป็นเครื่องมือต่าง ๆ ในการประกอบอาชีพ ได้แก่ ไม้ไผ่,หวาย สำหรับจักสานเป็นเครื่องเรือน ของใช้ ฯลฯ ไม้โตเร็วบางชนิดที่ใช้เป็นไม้ฟืน,ถ่าน ไม้พลังงาน เช่น สบู่ดำ, ปาล์ม ฯลฯ ไม้ทำเครื่องมือการเกษตร ได้แก่ การทำด้ามจอบ, มีด, ขวาน, ทำรถเข็น, โต๊ะ, เก้าอี้, ตู้ ฯลฯ
องค์ประกอบตามวัตถุประสงค์ ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
จัดโครงสร้างและลำดับชั้นต้นไม้ในป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง เป็นการจัดโครงสร้าง พันธุ์ไม้ให้มีสภาพใกล้เคียงกับป่า เพื่อเป็นประโยชน์ต่อความสมดุลของระบบนิเวศ โดยให้มีชั้นเรือนยอด 3 ชั้น ได้แก่ เรือนยอดชั้นบน เรือนยอดชั้นกลาง เรือนยอดชั้นล่าง และหากจัดโครงสร้างด้านการใช้ประโยชน์จะเป็น 4 ระดับ คือ ชั้นบน ชั้นกลาง ชั้นล่างและชั้นใต้ดิน ตามรูปแบบเกษตร 4 ชั้น, สวนโบราณ, สวนสมรม
3.1 ไม้เรือนยอดชั้นบนได้แก่ ไม้ที่ปลูกใช้เนื้อไม้ทำที่อยู่อาศัย เช่น ตะเคียนทอง, สัก ยางนา, สะเดา, จำปาทอง ฯลฯ และไม้ที่ลำต้นสูงและที่ลูกเป็นอาหารได้ เช่น สะตอ, เหรียง, กระท้อน, มะพร้าว หมาก ฯลฯ
3.2 ไม้ เรือนยอดชั้นกลางส่วนใหญ่เป็นไม้เพื่อการกิน, การขาย, การใช้เป็นอาหารและสมุนไพร เช่น มะม่วง, ขนุน, ชมพู่, มังคุด, ไผ่, ทุเรียน, ลองกอง, ปาล์ม ฯลฯ
3.3 ไม้ที่ปกคลุมผิวดิน ทั้งที่เป็นอาหาร, สมุนไพรและของใช้ เช่น กาแฟ ผักป่าชนิดต่าง ๆ ชะพูล, มะนาว, หวาย, สบู่ดำ ฯลฯ
3.4 พันธุ์พืชที่ใช้ประโยชน์จากส่วนที่อยู่ใต้ดิน (พืชหัว)เป็นพืชที่ปลูกเพื่อความพอเพียงในด้านการกิน ได้แก่ กลอย, ขิง ข่า, กระชาย, กระทือ ฯลฯ
ซึ่ง กระบวนการปลูกในรูปแบบดังกล่าวจะได้พันธุ์ไม้ที่เกิดป่า 3 อย่าง คือ ป่าเพื่อพออยู่ ป่าเพื่อพอกินและป่าเพื่อพอใช้ และจะได้ประโยชน์เพิ่มในด้านการรักษาสมดุลด้านสิ่งแวดล้อม
เรือนยอดชั้นบน
เรือนยอดชั้นกลาง
เรือนยอดชั้นล่าง
ใต้ดิน
ภาพการจัดโครงสร้างและลำดับชั้นเรือนยอดในป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่างที่มีลักษณะใกล้เคียงสภาพป่า
4. กระบวนการสร้างมูลค่าต้นไม้ ในโครงการปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง เป็นการให้คุณค่าไม้ ให้เป็นมูลค่าเพื่อเกิดการพออยู่ตามนัยที่ ให้พอรักษาที่ดินทำกินให้อยู่กับเจ้าของผู้ทำกิน ให้เป็นมูลค่าเพื่อการศึกษาเรียนรู้ ในการลดค่าใช้จ่ายจากพืชที่ปลูกไว้บริโภคเอง
5. พื้นที่ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
5.1 ในพื้นที่ทำกินของประชาชนในชุมชนที่อยู่ในหรือรอบแนวเขตป่า
5.2 ชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงตามความเหมาะสม
5.3 ในพื้นที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันของชุมชน
http://www.greencoun.com/3forest_4benefits.php

คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต

จริยธรรมและคุณธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต จริยธรรม หมายถึง หลักศีลธรรมจรรยาที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ หรือควบคุมการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ ซึ่งเมื่อพิจารณาจริยธรรมเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์แล้ว สามารถสรุปได้ 4 ประเด็น ได้แก่ 1. ความเป็นส่วนตัว (Information Privacy) ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและสารสนเทศ โดยทั่วไปหมายถึงสิทธิที่จะอยู่ตามลำพังและเป็นสิทธิที่เจ้าของสามารถที่จะควบคุมข้อมูลของตนเองในการเปิดเผยให้กับผู้อื่น ปัจจุบันมีประเด็นเกี่ยวกับการละเมิดความเป็นส่วนตัวที่เป็นข้อหน้าสังเกตดังนี้ - การเข้าไปดูข้อความในจดหมายอิเล็กทรอนิกส์และการบันทึกข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมทั้งการบันทึก-แลกเปลี่ยนข้อมูลที่บุคคลเข้าไปใช้บริการเว็บไซต์และกลุ่มข่าวสาร - การใช้เทคโนโลยีในกาติดตามความเคลื่อนไหวหรือพฤติกรรมของบุคคล เช่น บริษัทใช้คอมพิวเตอร์ในการตรวจจับหรือเฝ้าดูการปฏิบัติงาน/การใช้บริการของพนักงาน - การใช้ข้อมูลของลูกค้าจากแหล่งต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ในการขยายตลาด - การรวบรวมหมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล์ หมายเลขบัตรเครดิต และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ เพื่อนำไปสร้างฐานข้อมูลประวัติลูกค้าใหม่ขึ้นมาแล้วนำไปขายให้กับบริษัทอื่น 2. ความถูกต้อง (Information Accuracy) ในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการรวบรวม จัดเก็บ และเรียกใช้ข้อมูลนั้น คุณลักษณะที่สำคัญประการหนึ่งคือความน่าเชื่อถือได้ของข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลจะมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับความถูกต้องในการบันทึกข้อมูลด้วย ประเด็นด้านจริยธรรมที่เกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูล โดยทั่วไปจะพิจารณาว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูลที่จัดเก็บและเผยแพร่ 3. ความเป็นเจ้าของ (Information Property) ในสังคมของเทคโนโลยีสารสนเทศมักจะกล่าวถึงการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เมื่อท่านซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีการจดลิขสิทธิ์ นั่นหมายความว่าท่านจ่ายค่าลิขสิทธิ์ในการใช้ซอฟต์แวร์นั้น ซึ่งลิขสิทธิ์ในการใช้จะแตกต่างกันไปในแต่ละสินค้าและบริษัท บางโปรแกรมอนุญาตให้ติดตั้งได้เพียงเครื่องเดียว ในขณะที่บางโปรแกรมอนุญาตให้ใช้ได้หลายเครื่อง ตราบใดที่ท่านยังเป็นบุคคลที่มีสิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ซื้อมา การคัดลอกโปรแกรมให้กับบุคคลอื่น เป็นการกระทำที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนว่าท่านมีสิทธิในโปรแกรมนั้นในระดับใด 4. การเข้าถึงข้อมูล (Data Accessibility) คือการป้องกันการเข้าไปดำเนินการกับข้อมูลของผู้ใช้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเป็นการรักษาความลับของข้อมูล ตัวอย่างสิทธิในการใช้งานระบบเช่น การบันทึก การแก้ไข/ปรับปรุง และการลบ เป็นต้น ดังนั้น ในการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์จึงได้มีการออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ และการเข้าถึงข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมนั้น ถือว่าเป็นการผิดจริยธรรมเช่นเดียวกับการละเมิดข้อมูลส่วนตัว ในการใช้งานคอมพิวเตอร์และเครือข่ายร่วมกัน หากผู้ใช้ร่วมใจกันปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัดแล้ว การผิดจริยธรรมตามประเด็นที่กล่าวมาข้างต้นก็คงจะไม่เกิดขึ้น จรรยาบรรณการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ 1. ให้ระมัดระวังการละเมิดหรือสร้างความเสียหายให้ผู้อื่น 2. ให้แหล่งที่มาของข้อความ ควรอ้างอิงแหล่งข่าวได้ 3. ไม่กระทำการรบกวนผู้อื่นด้วยการโฆษณาเกินความจำเป็น 4. ดูแลและแก้ไขหากตกเป็นเหยื่อจากโปรแกรมอันไม่พึงประสงค์ เพื่อป้องกันมิให้คนอื่นเป็นเหยื่อ บัญญัติ 10 ประการ 1. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้ายหรือละเมิดผู้อื่น 2. ต้องไม่รบกวนการทำงานของผู้อื่น 3. ต้องไม่สอดแนม แก้ไข หรือเปิดดูแฟ้มข้อมูลของผู้อื่น 4. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจรกรรมข้อมูลข่าวสาร 5. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานที่เป็นเท็จ 6. ต้องมีจรรยาบรรณการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ 7. ให้ระมัดระวังในการละเมิดหรือสร้างความเสียหายให้ผู้อื่น 8. ให้แหล่งที่มาของข้อความ ควรอ้างอิงแหล่งข่าวได้ 9. ไม่กระทำการรบกวนผู้อื่นด้วยการโฆษณาเกินความจำเป็น 10. ดูแลและแก้ไขหากตกเป็นเหยื่อจากโปรแกรมอันไม่พึงประสงค์ เพื่อป้องกันมิให้คนอื่นเป็นเหยื่อ

โลกไร้พรมแดน

ลักษณะสำคัญของสังคมโลกยุคโลกาภิวัตน์ คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือสำคัญในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร สังคมโลกาภิวัตน์คอมพิวเตอร์มีบทบาทสำคัญมาก เพราะเป็นเครื่องมือที่จะรับและแปลงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและไม่ค่อยมีข้อจำกัด คอมพิวเตอร์ได้ถูกนำมาใช้ในการจัดเก็บ บันทึกข้อมูล จัดระบบข้อมูล และนำมาใช้สื่อสารถึงกันในเวลาอันรวดเร็วทุกมุมโลก ในระยะไม่กี่ปีมานี้ ได้มีการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ไปอย่างมาก จากเครื่องที่มีขนาดใหญ่ราคาแพง เป็นระบบคอมพิวเตอร์ ส่วนบุคคลที่มีขนาดเล็ก มีคุณภาพ ราคาถูก และศักยภาพสูง เครื่องคอมพิวเตอร์จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการแพร่ข้อมูลข่าวสารในยุคโลกาภิวัตน์ โลกไร้พรมแดนในจินตนาการของฉัน สื่อสารได้ไกลไม่ว่าคนในทวีปก็ตาม เราสามารถสื่อสารได้หลายทาง สามารถส่งรูป ส่งข้อความเสียงได้ไกล ไม่ว่าจะอยู่คนอะประเทศหรือคนละทวีปก็ตามก็สามารถสื่อสารได้ยาวไกล

วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แนะนำตัว

ฉันชื่อเด็กหญิงญานิกา สิงห์จู ชั้นม.2/4 เลขที่ 24 โรงเรียนตากพิทยาคม อายุ 14 ปี สูง 164 ซม. หนัก 45 กก. ชอบกิน ราดหน้า แฮมเบอเกอร์ ก๋วยเตี๋ยว ไม่ชอบกินผักส่วนมาก งานอดิเรก ดูการ์ตูน อ่านหนังสือ เล่นเกม ฟังเพลง เกลียดคนโกหก และผิดสัญญา คติประจำใจ สนุกสนาน ร่าเริง แกล้งคนระเบิดเถิดเทิง เบอร์โทร 0881702061